กันแดดคืออะไร? มีกี่แบบ? เจาะลึกทุกประเภทกันแดดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

เจาะลึกทุกประเภทกันแดดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
เจาะลึกทุกประเภทกันแดดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

ตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวของเราเสียหาย และเราแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ แสงแดด เพราะรังสีและความร้อนจากแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้โดยตรง ไม่ว่าจะทำให้ผิวคล้ำ ผิวไหม้ ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง หนึ่งในวิธีป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือการใช้ครีมกันแดด แต่หลายคนอาจยังไม่มั่นใจว่าครีมกันแดดคืออะไร และจริง ๆ แล้วมีแบบไหนบ้าง

กันแดดคืออะไร?

กันแดด หรือ Sunscreen คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV โดยเฉพาะรังสี UVA และ UVB ที่ทำให้ผิวเสียหายทั้งบนผิวชั้นนอก และลึกถึงผิวชั้นใน

กันแดดมีกี่แบบ?

โดยทั่วไปแล้วครีมกันแดด สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งแต่ละชนิดมีวิธีการทำงาน และข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป

1. Physical Sunscreen ประเภทสะท้อนรังสี

เรียกอีกชื่อว่า กันแดดฟิสิคัล / กันแดดแร่ กันแดดประเภทนี้สะท้อนและกระจายรังสี UV ออกจากผิว เหมือนมีโล่บาง ๆ เคลือบผิวไว้

ข้อดี

  • อ่อนโยนมาก เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ออกฤทธิ์ทันทีหลังทา ไม่ต้องรอ
  • ช่วยลดการระคายเคือง

ข้อควรระวัง

  • อาจวอกหรือเป็นคราบได้
  • เนื้อครีมมักหนากว่ากันแดดเคมี

เหมาะกับ ผิวแพ้ง่าย ผิวเด็ก ผู้ที่แพ้กันแดดเคมี

Physical Sunscreen ประเภทสะท้อนรังสี

2. Chemical Sunscreen ประเภทดูดซับรังสี

กันแดดชนิดนี้ทำงานโดยการดูดซับรังสี UV ไว้ที่ชั้นผิว จากนั้นเปลี่ยนพลังงานของรังสี UV ให้กลายเป็นความร้อน เพื่อลดไม่ให้รังสีสามารถทะลุลงไปทำร้ายผิวชั้นลึกได้

ข้อดี

  • เนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมง่าย
  • ไม่ทิ้งความวอกหรือขาวลอย
  • เหมาะกับผิวมันและผิวผสม

ข้อควรระวัง

  • บางสูตรอาจเกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้
  • ต้องรอประมาณ 15–20 นาทีให้กันแดดเซตตัวก่อนออกแดด

เหมาะกับ ผิวมัน–ผิวผสม คนที่ต้องการเนื้อบางเบา ใช้ก่อนแต่งหน้า

3. Hybrid Sunscreen ประเภทผสม

เป็นกันแดดแบบไฮบริด ที่ผสานข้อดีของกันแดด Physical และ Chemical เข้าด้วยกัน โดยสามารถทำได้ทั้งการดูดซับและสะท้อนรังสี UV และดึงเอาข้อดี ลดข้อด้อยของทั้งสองแบบมารวมกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น

ข้อดี

  • อ่อนโยนขึ้น
  • เกลี่ยง่ายขึ้น
  • ปกป้องได้เสถียรและกว้างกว่า

ข้อควรระวัง

  • ยังต้องทาซ้ำ แม้จะกันแดดได้ดี
  • ต้องรอประมาณ 15 นาทีให้กันแดดเซตตัวก่อนออกแดด

เหมาะกับ ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย และต้องการความอ่อนโยนต่อผิว

Hybrid Sunscreen ประเภทผสม

แดดแรง เหงื่อเยอะ เลือกกันแดดยังไงให้เอาอยู่?

กันแดดที่ดีสำหรับสภาพอากาศในไทยต้องสามารถรับมือกับปัจจัยที่ทำร้ายผิวได้หลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่แสงแดดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแสงสีฟ้าจากหน้าจอ รังสี UVA และ UVB ที่เป็นตัวการหลักของผิวคล้ำเสียและความแก่ก่อนวัย รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ ในอากาศที่เราต้องเจอทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นควันรถ ฝุ่น หรือ PM2.5 ซึ่งสามารถทำร้ายผิวได้ง่ายกว่าที่คิด ทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้กันแดดที่ใช้แล้วปกป้องผิวได้จริง มาดู 3 ค่าสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเลือกกันแดดกัน!

1. ค่า SPF

SPF (Sun Protection Factor) คือค่าที่บอกความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดด โดยควรเลือกอย่างน้อย SPF50+ ขึ้นไป สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นในไทย ซึ่งค่าของ SPF จะบ่งบอกได้ว่ากันแดดนั้น ๆ ป้องกันผิวของเราได้นานเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่น หากผิวเริ่มแดงเมื่อโดนแดดประมาณ 10 นาที นั่นคือผิวเราทนได้แค่ 10 นาที หากทากันแดดที่มี SPF15 จะช่วยป้องกันแดดได้นานถึง 15 เท่า หรือ 10×15 = 150 นาที และเมื่อเทียบค่า SPF กับการป้องกันรังสี UVB จะพบว่า
  • SPF 15 ป้องกันได้ประมาณ 93% หรือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
  • SPF 30 ป้องกันได้ประมาณ 96.7% หรือประมาณ 5 ชั่วโมง
  • SPF 50 ป้องกันได้ประมาณ 98% หรือประมาณ 8 ชั่วโมง

จะเห็นว่าแม้ค่า SPF สูงขึ้น เช่น SPF 50+ ก็ยังไม่สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 100% และระยะเวลาการปกป้องก็ไม่สามารถคำนวณได้แบบเป๊ะ ๆ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่เรายังต้องคำนึงถึงไม่ว่าจะเป็นความเข้มของแสงแดด ปริมาณที่ทา รวมถึงกิจกรรมระหว่างวัน เพราะฉะนั้นการทากันแดดซ้ำระหว่างวัน จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

2. ค่า PA PA (Protection Grade of UVA) คือค่าป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ผิวแก่ ริ้วรอย และความหมองคล้ำ โดยควรเลือกอย่างน้อย PA+ ขึ้นไป และสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างไทยแนะนำ PA+++ หรือมากกว่า เพื่อปกป้องผิวจากแดดได้ดีที่สุด โดยปกติแล้วจะมีการแบ่งระดับตามเครื่องหมายบวก (+) ที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันดังนี้
  • PA+ ปกป้องผิวจากรังสี UVA มากกว่าปกติ 2 เท่า
  • PA++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA มากกว่าปกติ 4 เท่า
  • PA+++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA มากกว่าปกติ 8 เท่า
  • PA++++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA มากกว่าปกติ 16 เท่า
3. ค่าการกันน้ำ อากาศร้อนชื้นของไทยทำให้แม้ไม่ได้ออกแดดโดยตรง ก็ยังมีเหงื่อได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้กันแดดหลุดง่ายระหว่างวัน ดังนั้นจึงควรเลือกกันแดดที่ กันน้ำและกันเหงื่อ เพื่อคงประสิทธิภาพการปกป้องผิว โดยสังเกตจากคำว่า
  • Water Resistant
  • Sweat Resistant
  • มีการระบุระยะเวลา เช่น 40 นาที / 80 นาที
แสงแดดไม่ได้ทำให้ผิว ไหม้ทันที แต่ค่อยๆ ทำให้ผิวหมองลงทุกวัน

แล้วกันแดดศรีจันทร์แต่ละสูตรเป็นกันแดดประเภทไหน?

เป็นกันแดดประเภทไฮบริดที่ครบเครื่องทั้งการปกป้องผิวจากแสงแดด การบำรุงผิว พร้อมคุณสมบัติที่กันน้ำและกันเหงื่อ เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย กันแดดศรีจันทร์โรเซีย ถือเป็นหนึ่งในกันแดดตัวล่าสุดจากศรีจันทร์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเซรั่มที่บางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA / UVB, แสงสีฟ้า เหมาะกับคนที่ต้องออกแดดบ่อย หรือใช้ชีวิตกลางแจ้งบ่อย ๆ ฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ และช่วยลดความหมองคล้ำด้วยสารสกัดจากกุหลาบมอญ ROSIA TRANSFEROSOME

  • ✅ เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมไว
  • ✅ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน
  • ✅ ช่วยลดความหมองคล้ำ พร้อมฟื้นบำรุงให้ผิวดูอ่อนเยาว์
  • ✅ กันน้ำ กันเหงื่อยาวนาน 80 นาที
  • ✅ ควบคุมมันได้นานถึง 8 ชั่วโมง

กันแดดสูตรแอนตี้แอคเน่จากศรีจันทร์ เป็นกันแดดประเภทไฮบริดที่พัฒนามาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน ผิวเป็นสิวง่าย หรือกังวลเรื่องการอุดตัน เนื้อกันแดดบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่ทำให้ผิวมันเพิ่ม และไม่ทิ้งคราบระหว่างวัน สูตรนี้มีส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ควบคุมความมัน และลดการอุดตัน จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ พร้อมมอบการปกป้องจากแสงแดดระดับ SPF50+ PA++++ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • ✅ คุมมันได้ดีมาก
  • ✅ ไม่อุดตัน
  • ✅ ลดโอกาสเกิดสิวใหม่
  • ✅ ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

กันแดดศรีจันทร์สูตรไวท์เทนนิ่งเป็นกันแดดประเภทไฮบริด ที่ช่วยดูแลให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น ด้วยส่วนผสมอย่าง วิตามิน B3 และวิตามิน C ที่ช่วยลดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย และมีเอฟเฟกต์ช่วย “เบลอผิว” ทำให้ผิวดูเรียบขึ้นทันที ที่สำคัญสามารถใช้แทนเมคอัพเบสแบบเบา ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น

  • ✅ ลดความหมองคล้ำ และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  • ✅ เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมเร็ว
  • ✅ ใช้แทนเมคอัพเบสได้
  • ✅ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้ง

กันแดดศรีจันทร์สูตรคุมมัน ลูมิเนสเซนส์ เป็นกันแดดประเภทไฮบริด ที่มาพร้อมเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียว และไม่ทิ้งคราบ เหมาะกับอากาศร้อนชื้นในเมืองไทย และยังเป็นสูตรที่ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ซึ่งเหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย หรือคนที่ต้องการกันแดดแบบเบา ๆ ในทุกวัน

  • ✅ คุมมันดี เหมาะสำหรับผิวมัน–ผิวผสม
  • ✅ เนื้อบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • ✅ ไม่ทิ้งคราบขาว
  • ✅ อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย
การเลือกกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อเราเข้าใจว่ากันแดดแต่ละประเภททำงานอย่างไร สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ ที่นี่

แชร์บทความนี้

Facebook
X

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค้นหา