ถ้าช่วงนี้คุณเลื่อนฟีดแล้วเห็นมอยส์กระปุกสีฟ้า หรือมอยส์ซองสีฟ้าใน 7-Eleven ของศรีจันทร์โผล่มาบ่อย ๆ พร้อมคำว่า มอยส์หน้าฟู กู้ผิวฉ่ำ ฉ่ำนาน 72 ชม.* นั่นคือ SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream ที่คนเรียกกันติดปากสั้น ๆ ว่า “มอยส์ศรีจันทร์”
ที่น่าสนใจคือ มอยส์ศรีจันทร์ไม่ได้แมสเพราะแพ็กเกจสวยอย่างเดียว แต่เพราะคุณภาพที่อัดแน่นมาเต็มกระปุก ราคาที่เข้าถึงง่ายถูกใจคนไทย และไม่เพียงแค่นั้นยังช่วยแก้ปัญหาผิวที่คนไทยเจอกันมานานแบบไม่รู้ตัว คือ “ผิวขาดน้ำ” ที่ไม่ใช่ “ผิวแห้ง”
ผิวที่ขาดน้ำจะพยายามชดเชยด้วยการผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม ผลลัพธ์คือหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน แต่ข้างในยังตึงและแห้งอยู่
มอยส์ศรีจันทร์เป็น “มอยส์หน้าฟู กู้ผิวฉ่ำ ล็อกความชุ่มชื้นยาวนาน 72 ชม.*” ไม่ใช่ครีมหนัก ๆ ที่ทาแล้วเหนียวเหนะหนะในอากาศเมืองไทย แต่เป็นเนื้อเจลบางเบาที่ซึมไว ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่คนใช้ต่อได้จริงจนกลายเป็นกระแส
จุดที่ทำให้มอยส์ศรีจันทร์ต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไป คือไม่ได้พึ่งไฮยาลูรอนตัวเดียวโดด ๆ แต่เป็น Glyceryl Glucoside (GG) เพราะสามารถทำสามเรื่องพร้อมกันเลยคึอ
นี่คือความต่างสำคัญ เพราะการเติมน้ำอย่างเดียวไม่พอ ถ้าผิวยังกักน้ำไว้ไม่ได้ สักพักก็กลับมาแห้งเหมือนเดิม เปรียบเทียบง่าย ๆ คือการเติมน้ำใส่ถังที่มีรอยรั่ว ต้องอุดรอยรั่วไปพร้อมกันด้วย
และเมื่อทำงานคู่กับ Centella Asiatica ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ และ Madecassoside ที่ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ แลดูจางลง
รวมกันแล้วมอยส์ศรีจันทร์กระปุกนี้จึงดูแลผิวครบทั้ง 4 ด้านในกระปุกเดียว
ตัวเลข 72 ชั่วโมงที่เห็นบนหลอดและบนซอง ไม่ได้แปลว่า “ทาครั้งเดียวแล้วไม่ต้องทาอีกสามวัน” นะคะ
คือผลจาก การทดสอบการกักเก็บความชุ่มชื้นยาวนาน 72 ชั่วโมง โดยสถาบัน DERMSCAN ASIA ซึ่งสิ่งที่ตัวเลขนี้บอกเราจริง ๆ คือ ความสามารถในการกักน้ำของมอยส์ศรีจันทร์อยู่ได้นานกว่าค่าเฉลี่ยของครีมเติมน้ำทั่วไป หมายถึง ผิวจะไม่กลับมาตึงเร็วเกินไปหลังทา และการใช้ต่อเนื่องทุกวันจะทำให้ผิวมีฐานความชุ่มชื้นที่มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ยังผ่าน Irritation Test โดยสถาบัน SPINCONTROL ASIA ว่าใช้ได้กับผิวแพ้ง่าย และเป็นสูตร 5-FREE คือปราศจาก Paraben / Fragrance / Alcohol / Silicone และ Cruelty-Free ที่สำคัญไม่ทดลองกับสัตว์
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Share