SPF50 เหมือนกัน แล้วกันแดดทุกตัวปกป้องผิวได้เท่ากันหรือไม่?
ในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกสกินแคร์จากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว “ตัวเลขบนฉลาก” อาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราควรดูอีกต่อไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กันแดดที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เราเผชิญในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ กันแดด SPF เท่าไร แต่คือ ค่า SPF นั้นผ่านการทดสอบด้วยวิธีใด และมีมาตรฐานอะไรรองรับ
หนึ่งในมาตรฐานที่กำลังได้รับความสนใจคือ ISO 23675:2024 มาตรฐานสำหรับการวัดค่า SPF ด้วยวิธี In-vitro ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการทดสอบมีความสม่ำเสมอและลดปัจจัยจากผู้ทดสอบ
การวัดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการทดสอบมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น
หนึ่งในวิธีการทดสอบ SPF ที่ใช้กันมายาวนานคือการทาผลิตภัณฑ์ลงบนแผ่นทดสอบหรือผิวของอาสาสมัคร ซึ่งในขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างอาจมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทาผลิตภัณฑ์ เช่น ปริมาณ แรงกด หรือวิธีการเกลี่ย
ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อความสม่ำเสมอของการทดสอบได้
จึงเกิดการพัฒนาวิธีการทดสอบที่ช่วยลดความแปรปรวนจากขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง และทำให้กระบวนการทดสอบมีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น
เมื่อพูดถึงมาตรฐานการทดสอบกันแดด หลายคนอาจเจอคำว่า In-vivo และ In-vitro แล้วสงสัยว่าทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร
In-vivo คืออ
คือการทดสอบผลิตภัณฑ์ บนผิวของอาสาสมัคร เพื่อประเมินการตอบสนองของผิวภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด
In-vitro คืออะไร?
คือการทดสอบ ในห้องปฏิบัติการ โดยนำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบบนวัสดุหรือแผ่นทดสอบตามวิธีการที่กำหนด โดยไม่ต้องทดสอบบนผิวอาสาสมัคร
การมีวิธีทดสอบที่แตกต่างกันจึงช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดได้จากหลายมุม
ISO 23675:2024 คือมาตรฐานสากลสำหรับการวัดค่า SPF ของผลิตภัณฑ์กันแดดด้วยวิธี In-vitro
หัวใจสำคัญของวิธีนี้คือการทำให้ขั้นตอนการเกลี่ยผลิตภัณฑ์บนแผ่นทดสอบมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยใช้ระบบอัตโนมัติที่สามารถควบคุม แรงกด ทิศทาง และความเร็วในการเกลี่ย ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
การลดปัจจัยที่เกิดจากความแตกต่างของการเกลี่ยโดยมนุษย์ จึงช่วยให้การทดสอบมีความสม่ำเสมอและสามารถทำซ้ำได้มากขึ้น
แล้ว ISO 23675 ต่างจากการทดสอบแบบเดิมอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือ ISO 23675 ไม่ได้หมายความว่าค่า SPF จากวิธีอื่น “ไม่จริง” แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีมาตรฐานที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้การประเมินค่า SPF มีความสม่ำเสมอและเป็นระบบมากขึ้น
ดังนั้น เวลามองหากันแดด นอกจากดูว่าเป็น SPF50 หรือ SPF50+ แล้ว การดูว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบด้วยมาตรฐานใด ก็เป็นอีกข้อมูลที่ช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
การเลือกกันแดดไม่ได้ควรดูแค่คำว่า SPF เพราะ SPF เป็นค่าที่ใช้บ่งบอกระดับการปกป้องที่เกี่ยวข้องกับรังสี UVB
ในขณะที่รังสี UVA ก็เป็นอีกหนึ่งรังสีที่เราควรให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับปัญหาผิวในระยะยาว เช่น ความหมองคล้ำและสัญญาณแห่งวัย
ดังนั้น กันแดดที่ดีจึงควรมีการปกป้องทั้ง UVA และ UVB
สำหรับค่า PA เป็นระบบการแสดงระดับการปกป้องรังสี UVA โดยอ้างอิงจากค่า UVAPF ซึ่งสามารถประเมินได้จากวิธีการทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด
นอกจากดูมาตรฐานและระดับการปกป้องแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เลือกกันแดดให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำ
SRICHAND Sunlution Rosia Ultra Protection ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพการปกป้องแสงแดดด้วยมาตรฐานที่หลากหลาย ทั้งการวัดค่า SPF ด้วยวิธี In-vitro ตาม ISO 23675 และการวัดค่า SPF ด้วยวิธี In-vivo ตาม ISO 24444
รวมถึงการวัดค่า UVAPF ซึ่งเป็นค่าที่ใช้แสดงระดับการปกป้องรังสี UVA และนำมาแสดงเป็นค่า PA ตามมาตรฐาน ISO 24442 ด้วยวิธี In-vivo
นอกจากนี้ยังออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งคุณสมบัติ กันน้ำ ช่วยดูแลผิวจากมลภาวะ และช่วยควบคุมความมัน
เพราะการเลือกกันแดดในวันนี้ อาจไม่ควรหยุดอยู่แค่คำถามว่า
“SPF เท่าไหร่?”
แต่อาจต้องถามต่อว่า
“ผ่านการทดสอบอย่างไร และเหมาะกับชีวิตประจำวันของเราหรือไม่?”
เพราะกันแดดที่ดี ไม่ใช่แค่กันแดดที่ตัวเลขดูดีบนฉลาก แต่คือกันแดดที่มีข้อมูลและมาตรฐานรองรับ พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของเรา
Share